แล้วจะเหลืออะไรไว้ในโลกนี้ ?
นึกถึงแนวคิดหนึ่งของสตีฟ จ๊อบ ที่ว่า จงคิดว่าทุกวัน คือ วันสุดท้ายของชีวิต นึกถึงช่วงเวลาแห่งช่วงสุดท้ายชองชีวิตที่เราไม่อาจหยั่งรู้ได้ นึกถึงว่า เมื่อจากโลกนี้ไปแล้ว อะไรละที่จะเป็นของที่ระลึกที่เราฝากไว้ให้ทุกคนบนโลกใบนี้
วันก่อนฉุกคิดถึงคำพระได้ว่า ตั้งแต่เกิดมาวินาทีแรก เราก็ลงทะเบียนเตรียมตัวตายไว้แล้วทุกคน ไม่ยกเว้น ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร อืม…จริงของท่านนะ
และสิ่งที่ยุติธรรมที่สุดในโลก คือ ความตาย นี้ละ
เคยคุยเล่นๆกับเพื่อนว่า ถ้านายแน่จริง ลองมาตายแข่งกันดู แล้วมาดูสิว่าใครจะมางานมากกว่ากัน ที่แน่ๆหลายคนก็ไม่เคยกล้าที่จะรับคำท้านี้
งานศพและสุสานย้ำเตือนผมเสมอว่า คิดอยากทำอะไรก็รีบๆเถอะ อย่ามัวแต่รีรอ ความตายมันขี่เราเหมือนม้า พร้อมจะเฆี่ยนเราให้วิ่งไปสู่เป้าหมายของมันอยู่ทุกวัน
อย่ามองความตายให้เป็นเรื่องที่ดูเศร้าจนเกินไป หากแต่มองให้เป็นพลังแห่งการขับเคลื่อนชีวิตในแต่ละวัน อย่งน้อยเราก็ไม่ต้องไปนอนเสียใจในโลงบ่นเพ้อบอกตัวเองอยู่ซ้ำๆว่า ทำไมตอนนั้นเราไม่ทำ
ร่างกายอาจสูญสลายนั่น คือ ธรรมดา แต่ผลงาน ความดี ที่สร้างบนโลกนี้ย่อยสลายหายไปได้ยาก ตราบเท่าที่ผลงานและความดียังเป็นประโยชน์ต่อคนหมู่มาก
และบทเรียนแห่งความตายได้สอนให้เราได้รู้ว่า
- อย่าหยิ่งพยอง กอดกุมอัตตาจนมองไม่เห็นหัวใคร เพราะสุดท้ายก็ตายเหมือกัน
- อย่ายึดมั่นกับเรื่องราวต่างๆนานเกินไป เพราะเวลามีไม่มากนัก
- อย่าเสียเวลาสร้างศัตรู สร้างมิตรย่อมดีกว่าแน่นอน
- อย่าทำชีวิตให้มันยากนัก เพราะเราจะเสียโอกาสดีๆที่จะเจอสิ่งดีๆมากมาย
- ยอมทำเป็นโง่บ้าง เพื่อจะให้คนอื่นเขาดูฉลาดบ้าง
- อย่าล้อเล่นกับความตาย เพราะมันกำลังเอาจริงกับเราทุกขณะ
และคำถามสำคัญ คือ ในวันที่เราจากโลกนี้ไปแล้ว เราจะเหลืออะไรไว้บนโลกนี้บ้าง ?