เป็นปีที่ตั้งใจจะ “เบา”
บางปีเราตั้งใจ “เก่งขึ้น” “สำเร็จมากขึ้น” “ทำให้ได้มากกว่าเดิม” แต่บางครั้งหัวใจเราก็ต้องการอีกแบบ อยากมีปีที่อยากหายใจสบายขึ้น เดินช้าลง ฟังเสียงตัวเองให้มากขึ้น และไม่ต้องแบกอะไรที่หนักไปกว่าความจำเป็น ปีนี้จึงอาจเป็น “ปีที่ตั้งใจจะเบา” เป็นปีที่เราไม่หนีปัญหา แต่เลือกอยู่กับมันอย่างเข้าใจ และค่อยๆ วางสิ่งที่ไม่จำเป็นลงด้วยความรักต่อตัวเอง
หากไม่ถนัดอ่านเราเลือกฟังได้ตามสะดวกได้นะคร้าบ
ทบทวนเรื่องสุข–ทุกข์ ที่ผ่านมา
ก่อนจะเริ่มปีใหม่แบบ “เบาๆ” เราอาจต้องหันกลับไปมองปีที่ผ่านมาแบบจริงใจแต่ไม่ต้องโทษตัวเอง ลองถามตัวเองเบาๆ ว่า…
- ปีที่ผ่านมา เราสุขกับอะไรบ้าง?
- เราทุกข์กับอะไร?
- อะไรเติมพลังให้เรา?
- อะไรดึงพลังเราออกไปมากที่สุด?
การทบทวนไม่ใช่เพื่อรื้อความเจ็บปวดขึ้นมาซ้ำ แต่เพื่อให้เห็นว่าอะไร “ควรอยู่ต่อ” และอะไร “ควรปล่อยไป” หลายครั้งเราพบว่า จริงๆ แล้วเราไม่ได้ทุกข์เพราะเหตุการณ์เสมอไป แต่ทุกข์เพราะวิธีที่เราแบกมันไว้ในหัวใจ ความเข้าใจนี้เองคือจุดตั้งต้นของความเบา
แบก = ทุกข์ / วาง = เข้าใจทุกข์
เมื่อเราพูดว่า “แบก” มันหมายถึงเราเอาปัญหา ความกังวล ความผิดพลาด หรือแม้แต่ความคาดหวังของตัวเองและคนอื่น ใส่ไว้ในใจแล้วเดินไปทุกที่พร้อมมัน เหมือนสะพายเป้ที่หนักขึ้นเรื่อยๆ แม้บางอย่างในนั้นหมดหน้าที่ไปแล้ว แต่เรายังไม่ยอมเอามันออกไปจากเป้นั้น
การแบก = การเพิ่มทุกข์ให้ตัวเอง
แต่การ “วาง” ไม่ได้หมายถึงการหนีหรือไม่รับผิดชอบ
มันคือการ “เข้าใจทุกข์” มองว่าปัญหานั้นคือบทเรียน เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นแล้ว และเราไม่จำเป็นต้องให้มันควบคุมความรู้สึกเราเสมอไป
วาง… เพื่อให้ตัวเองได้ยืนตรงขึ้น
วาง… เพื่อให้หัวใจได้หายใจ
วาง… เพื่อให้เรากลับมาเป็นเราที่เบาขึ้น
ตั้งคำถามว่า “เอาอะไรที่ไม่จำเป็นมาแบกมากไปไหม?”
หนึ่งในคำถามสำคัญที่สุดของปีนี้คือคำถามนี้
- เราแบกความคาดหวังของคนอื่นมากไปหรือเปล่า?
- เราแบกความต้อง “สมบูรณ์แบบ” มากเกินไปไหม?
- เราแบกอดีตไว้มากเกินกว่าที่ต้องเป็นไหม?
- เราแบกบทบาทที่ไม่ได้อยากเป็น แต่ต้องเป็นเพราะ “ควร” ไหม?
- เราแบกการเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่นอยู่หรือเปล่า?
หลายอย่างที่เราคิดว่าจำเป็น จริงๆ แล้วไม่ได้จำเป็นต่อความสุขของเราเลย การถามแบบตรงไปตรงมาจะช่วยให้เราเห็นความจริง และเมื่อเห็นความจริงได้มากขึ้น น้ำหนักในใจเราก็เบาลงเองโดยไม่ต้องฝืน
เคลียร์เรื่องที่แบก… ด้วยความเข้าใจ
พอรู้แล้วว่าเราแบกอะไรอยู่ ขั้นต่อมาคือ “เคลียร์” แต่ไม่ใช่การกวาดทิ้งแบบโกรธหรือรังเกียจแล้วมัวแต่โทษตัวเอง สิ่งที่เราเคยแบก คือสิ่งที่เราเคยรู้สึกว่ามันสำคัญ นั่นหมายความว่า ณ เวลาหนึ่ง เราก็พยายามดีที่สุดแล้วไม่ใช่หรือ…
ดังนั้นลองเคลียร์ด้วยความเข้าใจว่า…
- บางสิ่งเกิดขึ้นแล้ว แต่มันผิดพลาดอาจเพราะเรายังเรียนรู้ไม่พอ… และมันโอเคใช่ไหม
- บางคนผ่านเข้ามาเพื่อเป็นทบเรียน… และก็มีวันที่ต้องพรากจากกันไป
- บางเรื่องอาจจะจบแบบไม่สวยงาม… แต่ท้ายที่สุดเราก็ยังเดินต่อไปได้
- บางแผลยังเจ็บ… แต่เราไม่ต้องซ้ำเติมให้มันเจ็บปวดมากขึ้น
ลองพูดกับตัวเองว่า
“ขอบคุณที่เคยเข้ามาในชีวิต… แต่ตอนนี้ฉันเลือกจะเบาต่อจากนี้”
การยอมรับ และเข้าใจ คือขั้นตอนของความเยียวยาที่แท้จริง
จัดระเบียบ แยกแยะ แล้วนำมาจัดวางแบบเบาๆ
ความเบามักเกิดจาก “ความชัดเจน” ลองจัดระเบียบใจตัวเองเหมือนเราจัดบ้าน
- อะไรจำเป็นสำหรับชีวิตและความสุข → เก็บไว้
- อะไรเป็นหน้าที่แต่ไม่ทำให้เราต้องสูญสิ้นจนหมดตัวตน → ทำแบบพอดี
- อะไรไม่จำเป็นต่อชีวิต และทำร้ายเรา → ปล่อยออกไปทีละชิ้น
เมื่อเราแยกแยะได้ เราจะไม่กดดนตัวเองเกินไป และไม่ยอมให้เรื่องเล็กๆ กลายเป็นเรื่องใหญ่เกินจำเป็น
แล้วค่อยๆ วางทุกอย่างลงอย่างเบาๆ
ไม่ได้หมายความว่าไม่สนใจ
แต่หมายความว่า…เราจะไม่ยอมให้มันกินพื้นที่หัวใจมากเกินไป
บอกตัวเองเสมอว่า “ระหว่างทางอย่าเผลอ “เอามาแบก” อีก”
แม้เราจะตั้งใจเริ่มต้นปีแบบเบาๆ แต่ชีวิตก็ยังเป็นชีวิตอยู่ ยังต้องเจอปัญหา ความคาดหวัง ความกดดัน หรือเสียงรอบตัวที่ดังจนกลบเสียงใจเราเอง
เพราะฉะนั้น สิ่งสำคัญคือ “สติ”(รู้เท่าทันว่าอะไรที่วิ่งเข้ามาหา) และ “สมาธิ”(จดจ่อกับสิ่งสำคัญจริงๆ)
- หยุดดูความคิดตัวเองบ้างว่ากำลังเคร่งเครียดเกินเหตุไหม
- เวลามีคนพูดอะไร ทำร้ายใจ…อย่ารีบแบกรับมันเข้ามา
- เวลางานหรือหน้าที่วิ่งใส่…แยกแยะว่าอะไรสำคัญจริง อะไรที่เราใส่มันเข้าไปมากเกินไปเอง
และอย่าลืม “โฟกัส” สิ่งที่สำคัญจริงๆ ของชีวิต
บางทีสิ่งที่ทำให้ชีวิตหนัก…ไม่ใช่เรื่องใหญ่
แต่เป็นเรื่องเล็กๆ ที่เราให้ความสำคัญมันมากเกินไป
ถามตัวเองเสมอว่า “ยังเบาอยู่ไหม?”
ระหว่างปี ลองตั้งคำถามประจำตัวไว้หนึ่งคำถามง่ายๆ
คือ
“ตอนนี้…ฉันยังเบาอยู่ไหม?”
ถ้าคำตอบคือ “ใช่”
ดีมาก…แปลว่าคุณดูแลหัวใจตัวเองได้ดีแล้ว
ถ้าคำตอบคือ “ไม่”
ไม่เป็นไรเลย นั่นไม่ได้หมายความว่าคุณล้มเหลว
แต่มันคือสัญญาณว่า “ถึงเวลาพัก ถึงเวลาวาง ถึงเวลาทบทวนใหม่”
แล้วค่อยกลับมาจัดระเบียบอีกครั้ง
ชีวิตไม่ได้ต้องเบาตลอดเวลา แต่เราสามารถ “กลับสู่ความเบา” ได้เสมอ ถ้าเรายังถามตัวเอง และยังฟังตัวเองอยู่เสมอ
ถ้าทำสำเร็จแล้ว…ก็วางมันลง เพื่อจะได้ “ไปต่อแบบเบาๆ”
สะกิดใจอยู่เหมือนกันนะ ที่บางครั้ง “ความสำเร็จ” ก็กลายเป็นสิ่งที่เราเอามาแบกได้เหมือนกัน เราภูมิใจแต่ก็กลัวเสียมันไป เราทำได้ดีแต่ต้องทำให้ดีกว่าเดิมทุกครั้ง จนความสำเร็จกลายเป็นภาระอันหนักสุดๆ
ถ้าเราทำอะไรสำเร็จแล้ว
ลองชื่นชมตัวเอง ให้รางวัลเล็กๆกับตัวเอง ยอมรับตัวเอง เราก็เก่งเหมือนกันเน๊อะ….
แล้วจากนั้น…ค่อยๆวางมันลงด้วยความเข้าใจ
ไม่ใช่เพื่อทิ้ง
แต่เพื่อไม่ให้ความสำเร็จผูกเราไว้กับความกดดันที่จะตามมา
จะได้เดินต่อ
เติบโตต่อไป
แต่ยังคง “เบา” อยู่
ส่งท้ายปีนี้…ขอให้เป็นปีที่เราใจดีกับตัวเองมากขึ้น
ปีที่ไม่ต้องวิ่งแข่งกับใคร
ปีที่ยอมรับว่าบางช่วงเราหนัก บางช่วงเราเบา…และมันเป็นเรื่องธรรมดาของมนุษย์
ปีที่เราเลือกอยู่กับตัวเองอย่างเข้าใจมากขึ้น
และเลือกเดินต่อ…แบบมีรอยยิ้มมากขึ้น
หากปีที่ผ่านมาคุณเหนื่อยมาก
คุณไม่ได้แพ้ใครเลย
แค่หัวใจคุณพยายามมามากแล้ว
ปีนี้…ขอให้คุณได้
วางลงบ้าง
ผ่อนเบาลงหน่อย
และอนุญาตให้ตัวเอง “มีชีวิต” มากกว่าแค่ “อดทนใช้ชีวิต”
ไปต่อ…
แต่ไปแบบเบาๆ นะ
ฉันอยู่ข้างคุณเสมอ
อ่านจบแล้วขอมอบของขวัญปีใหม่แบบเบาๆผ่านบทเพลงข้างล่างนี้
ยังไม่จุใจมาอ่านในรูปแบบภาพสวยดูแล้วฟินได้เลยคร้าบ
