ความสุขที่เปลี่ยนไปกับการถูกหวยรางวัลที่ 1
ความปรารถนาในการถูกรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาลรางวัลที่ 1 เป็นปรากฏการณ์ทางวัฒนธรรมและเศรษฐกิจที่หยั่งรากลึกในสังคมร่วมสมัย โดยเฉพาะในประเทศไทยที่สลากกินแบ่งไม่ได้ทำหน้าที่เป็นเพียงเครื่องมือทางการเงิน แต่เป็นสัญลักษณ์แห่งความหวังและการเคลื่อนที่ทางสังคม อย่างไรก็ตาม การได้รับความมั่งคั่งแบบฉับพลัน (Windfall Wealth) นำมาซึ่งความเปลี่ยนแปลงที่ซับซ้อนเกินกว่าภาพลักษณ์ของความโชคดี รายงานฉบับนี้มุ่งวิเคราะห์ผลกระทบของการถูกรางวัลใหญ่ผ่านกรอบแนวคิดทางจิตวิทยาเชิงประจักษ์ พลวัตความสัมพันธ์ในสถาบันครอบครัว และโครงสร้างทางสังคมแบบรวมกลุ่ม โดยวิเคราะห์จากงานวิจัยเชิงปริมาณและคุณภาพระดับสากลและระดับท้องถิ่น เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถ่องแท้เกี่ยวกับผลกระทบของความมั่งคั่งต่อสุขภาวะของมนุษย์
รากฐานทางจิตวิทยา: ความย้อนแย้งของความสุขและทฤษฎีการปรับตัวทางอารมณ์
การศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างความมั่งคั่งที่ได้รับโดยไม่คาดฝันกับความสุขเริ่มต้นอย่างเป็นระบบในงานวิจัยระดับบุกเบิกของ Philip Brickman, Dan Coates และ Ronnie Janoff-Bulman ในปี 1978 ซึ่งทำการเปรียบเทียบระดับความสุขของผู้ถูกรางวัลสลากกินแบ่งรายใหญ่กับบุคคลที่ประสบอุบัติเหตุจนเป็นอัมพาตและกลุ่มควบคุมทั่วไป.1 ผลการศึกษาพบสิ่งที่ขัดแย้งกับสัญชาตญาณของคนส่วนใหญ่ กล่าวคือ ผู้ถูกรางวัลไม่ได้มีระดับความสุขที่สูงกว่ากลุ่มคนปกติอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติในระยะยาว.2
กลไกที่อธิบายปรากฏการณ์นี้คือ “ทางสายพานแห่งความสุข” (Hedonic Treadmill) หรือการปรับตัวทางอารมณ์ (Hedonic Adaptation) ซึ่งระบุว่ามนุษย์มีระดับความสุขพื้นฐานที่คงที่ (Happiness Set Point).3 เมื่อเกิดเหตุการณ์เชิงบวกอย่างรุนแรง เช่น การถูกรางวัลที่ 1 ระบบประสาทและจิตใจจะตอบสนองด้วยความตื่นเต้นอย่างรุนแรงในระยะสั้น แต่ในเวลาต่อมาจะเกิดกระบวนการที่เรียกว่า “การคุ้นชิน” (Habituation) และ “การเปรียบเทียบ” (Contrast).5
กลไกการเปรียบเทียบส่งผลให้กิจกรรมปกติที่เคยสร้างความสุขเล็กน้อยในชีวิตประจำวัน เช่น การรับประทานอาหารเช้าที่อร่อย หรือการพูดคุยกับเพื่อนสนิท กลายเป็นเรื่องที่น่าดึงดูดใจน้อยลง เนื่องจากถูกนำไปเปรียบเทียบกับ “ประสบการณ์จุดสูงสุด” (Peak Experience) ของการถูกรางวัล.2 ในขณะที่กลไกการคุ้นชินทำให้ความสะดวกสบายและความหรูหราที่ได้รับจากเงินรางวัลกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของชีวิต จนกระทั่งความตื่นเต้นนั้นจางหายไปและบุคคลกลับเข้าสู่ระดับความสุขเดิมก่อนถูกรางวัล.1
การจำแนกประเภทความสุขและความพึงพอใจในชีวิต
งานวิจัยในยุคต่อมา โดยเฉพาะการศึกษาในประเทศสวีเดนที่ติดตามกลุ่มตัวอย่างกว่า 3,000 คน เป็นเวลา 5 ถึง 22 ปีหลังการถูกรางวัล ได้นำเสนอความเข้าใจที่ละเอียดขึ้นเกี่ยวกับความสุข.7 ผลการวิจัยชี้ให้เห็นว่าเราต้องแยกแยะระหว่าง “อารมณ์ความสุขรายวัน” (Affective Happiness) และ “ความพึงพอใจในชีวิตโดยรวม” (Cognitive Life Satisfaction).7
เงินจากการถูกรางวัลส่งผลกระทบอย่างยั่งยืนต่อความพึงพอใจในชีวิต ซึ่งเป็นการประเมินสถานะความสำเร็จและความมั่นคงทางการเงินของผู้ถูกรางวัล.7 ผู้ที่ชนะรางวัลใหญ่มีความพึงพอใจต่อคุณภาพชีวิตในระดับสูงต่อเนื่องนานกว่าทศวรรษโดยไม่มีสัญญาณของการลดลง.7 อย่างไรก็ตาม ในด้านอารมณ์ความสุขรายวัน เช่น ความถี่ของการยิ้มหรือความรู้สึกรื่นเริงในแต่ละวัน กลับไม่พบความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญระหว่างผู้ถูกรางวัลและคนทั่วไป.4 สิ่งนี้สะท้อนว่าความมั่งคั่งสามารถขจัดความกังวลเชิงโครงสร้างและเพิ่มความพึงพอใจต่อเป้าหมายชีวิตได้ แต่ไม่สามารถเปลี่ยนโครงสร้างทางอารมณ์ที่ถูกกำหนดโดยบุคลิกภาพและพันธุกรรมได้ทั้งหมด.3
ตารางที่ 1: การเปรียบเทียบระดับความสุขและความพึงพอใจตามกลุ่มตัวอย่าง (ดัดแปลงจาก Brickman et al., 1978)
| ตัวชี้วัด | ผู้ถูกรางวัลที่ 1 | กลุ่มควบคุม (คนทั่วไป) | ผู้ประสบอุบัติเหตุรุนแรง |
| ความสุขในปัจจุบัน (คะแนน 1-5) | 4.00 | 3.82 | 2.96 |
| ความพึงพอใจในกิจกรรมประจำวัน | 3.33 | 3.82 | 3.48 |
| ความคาดหวังความสุขในอนาคต | 4.20 | 4.14 | 4.32 |
ข้อมูลจากตารางแสดงให้เห็นว่า ผู้ถูกรางวัลมีความสุขในปัจจุบันสูงกว่าคนทั่วไปเพียงเล็กน้อย แต่ความพึงพอใจในกิจกรรมประจำวันกลับต่ำที่สุดในทุกกลุ่ม ซึ่งเป็นผลจาก Contrast Effect ที่ทำให้เรื่องธรรมดากลายเป็นเรื่องน่าเบื่อ.2
พลวัตความสัมพันธ์ในสถาบันครอบครัว: ความแตกต่างระหว่างเพศและอำนาจต่อรอง
การถูกรางวัลใหญ่ไม่ได้ส่งผลกระทบเพียงแค่ระดับบุคคล แต่ยังสั่นคลอนและจัดระเบียบโครงสร้างความสัมพันธ์ภายในครอบครัวใหม่ ผลการศึกษาเชิงประจักษ์จากประเทศสวีเดนและสหรัฐอเมริกาชี้ให้เห็นถึงความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญระหว่างผู้ถูกรางวัลชายและหญิงในมิติของการแต่งงาน การหย่าร้าง และการมีบุตร.9
สำหรับผู้ชาย การถูกรางวัลที่ 1 ส่งผลเชิงบวกต่อความมั่นคงของชีวิตคู่ในเกือบทุกด้าน ความมั่งคั่งที่เพิ่มขึ้นทำหน้าที่เป็นตัวสร้างแรงดึงดูดในตลาดการแต่งงาน (Marriage Market) โดยชายที่ยังโสดมีโอกาสแต่งงานเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 30 ภายใน 5 ปีหลังถูกรางวัล.9 ในขณะที่ชายที่แต่งงานแล้ว ความมั่งคั่งจะช่วยลดความเสี่ยงในการหย่าร้างลงถึงร้อยละ 40 ในช่วง 10 ปีต่อมา.9 สิ่งนี้สะท้อนว่าในโครงสร้างสังคมปัจจุบัน ความมั่นคงทางการเงินของสามียังคงเป็นปัจจัยหลักในการรักษาความเสถียรภาพของครอบครัว และช่วยลดความขัดแย้งที่เกิดจากความขาดแคลน.9
ในทางตรงกันข้าม สำหรับผู้หญิงที่แต่งงานแล้ว การถูกรางวัลที่ 1 ส่งผลในทิศทางที่ซับซ้อนกว่า งานวิจัยพบว่าความมั่งคั่งก้อนใหญ่นำไปสู่การเพิ่มขึ้นของอัตราการหย่าร้างในระยะสั้น (ภายใน 2 ปีแรก) อย่างมีนัยสำคัญ โดยโอกาสในการหย่าร้างเพิ่มขึ้นเกือบสองเท่า.9 นักสังคมศาสตร์อธิบายปรากฏการณ์นี้ผ่าน “ทฤษฎีความเป็นอิสระ” (Independence Effect) โดยเงินรางวัลทำหน้าที่เป็นทรัพยากรที่ช่วยให้ผู้หญิงสามารถยุติความสัมพันธ์ที่ไม่มีความสุขได้ง่ายขึ้น.10 เงินช่วยขจัดอุปสรรคทางการเงินที่เคยพันธนาการพวกเธอไว้ในชีวิตคู่ที่ไม่พึงพอใจ ทำให้พวกเธอสามารถตัดสินใจหย่าร้างได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องสถานะทางเศรษฐกิจหลังการแยกทาง.10 อย่างไรก็ตาม ผลกระทบนี้มักเป็นเรื่องของการ “เร่ง” การหย่าร้างที่กำลังจะเกิดขึ้นอยู่แล้ว มากกว่าการเป็นสาเหตุที่ทำให้ชีวิตคู่ที่ดีต้องพังทลายลง.9
อัตราการเจริญพันธุ์และคุณภาพของคู่ครอง
ความมั่งคั่งจากการถูกรางวัลยังส่งผลต่อการตัดสินใจมีบุตร โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ชนะชาย ผลการวิจัยระบุว่าผู้ชายที่ถูกรางวัลมีแนวโน้มที่จะมีบุตรเพิ่มขึ้นร้อยละ 13.5 ภายใน 10 ปี.11 สิ่งนี้สอดคล้องกับทฤษฎีเศรษฐศาสตร์ของ Gary Becker ที่มองว่าบุตรเป็น “สินค้าปกติ” (Normal Goods) ซึ่งความต้องการจะเพิ่มขึ้นตามรายได้ที่เพิ่มขึ้นเมื่อข้อจำกัดทางการเงินได้รับการผ่อนคลาย.9 ในขณะที่ผู้ชนะหญิงไม่พบการเปลี่ยนแปลงที่มีนัยสำคัญในด้านอัตราการเจริญพันธุ์ ซึ่งอาจเกิดจากปัจจัยด้านอายุและข้อจำกัดทางชีวภาพที่เงินรางวัลไม่สามารถแก้ไขได้ในลักษณะเดียวกับปัจจัยทางเศรษฐกิจ.9
ตารางที่ 2: สรุปผลกระทบของเงินรางวัลต่อสถานะทางสังคมและความสัมพันธ์ (ระยะเวลา 10 ปี)
| ตัวแปร | ผลกระทบต่อผู้ชาย | ผลกระทบต่อผู้หญิง |
| โอกาสในการแต่งงาน (กรณีโสด) | เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ (+30%) | ไม่พบการเปลี่ยนแปลง |
| ความเสี่ยงในการหย่าร้าง | ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ (-40%) | เพิ่มขึ้นในระยะสั้น (2 ปีแรก) |
| อัตราการเจริญพันธุ์ (การมีบุตร) | เพิ่มขึ้น (+13.5%) | ไม่พบการเปลี่ยนแปลง |
| ความพึงพอใจต่อคู่ครอง | เพิ่มขึ้น | คงที่หรือลดลง (ในกรณีที่มีปัญหาเดิม) |
.9
บริบทสังคมไทย: หวยในฐานะเครื่องมือทางสังคมและวัฒนธรรม
ในสังคมไทย การถูกรางวัลที่ 1 มีมิติที่ลึกซึ้งกว่าเพียงเรื่องของโชคลาภทางการเงิน แต่สัมพันธ์อย่างแนบแน่นกับความเชื่อทางศาสนา โครงสร้างชุมชน และความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ การศึกษาพฤติกรรมการซื้อสลากในชนบทไทยสะท้อนว่า หวยเป็นกลไกที่สร้าง “ความหวังเชิงโครงสร้าง” ให้กับกลุ่มคนที่มีรายได้น้อย.13
การเคลื่อนที่ทางสังคมและความหวัง
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ธานี ชัยวัฒน์ จากคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย วิเคราะห์ว่าในโครงสร้างเศรษฐกิจที่มีการผูกขาดสูงและโอกาสในการเข้าถึงเงินทุนมีจำกัด สลากกินแบ่งรัฐบาลกลายเป็นหนึ่งในไม่กี่ช่องทางที่เปิดโอกาสให้คนชั้นล่างสามารถ “เลื่อนชั้นทางสังคม” ได้อย่างยุติธรรมที่สุดในสายตาของพวกเขา.14 การซื้อหวยจึงไม่ใช่เพียงการพนัน แต่เป็นการลงทุนใน “ความหวัง” เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นและการมีโอกาสแข่งขันในสังคม.14
พฤติกรรมการซื้อหวยในสังคมไทยสามารถแบ่งออกเป็น 4 รูปแบบหลัก 13:
-
กลุ่มเสพติดการพนัน: ซื้อทุกงวดด้วยจำนวนเงินที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
-
กลุ่มผูกพันทางจิตใจ: ซื้อเพื่อความสนุกสนานและการมีส่วนร่วมทางสังคมกับกลุ่มเพื่อน
-
กลุ่มยึดถือวัฒนธรรมความเชื่อ: ซื้อตามเลขเด็ดจากความฝันหรือเหตุการณ์เหนือธรรมชาติ
-
กลุ่มมุ่งหวังเงินรางวัลเพื่อเปลี่ยนชีวิต: ตั้งความหวังสูงในการถูกรางวัลที่ 1 เพื่อแก้ปัญหาหนี้สิน
ความกดดันทางสังคมและการขอยืมเงิน (Social Pressure and Requests)
ความแตกต่างที่สำคัญระหว่างผู้ถูกรางวัลในสังคมแบบปัจเจกนิยม (Individualism) อย่างตะวันตก กับสังคมแบบรวมกลุ่ม (Collectivism) อย่างไทย คือระดับความคาดหวังในการแบ่งปันความมั่งคั่ง.16 ในสังคมไทย ผู้ถูกรางวัลที่ 1 มักต้องเผชิญกับความกดดันจากการถูกขอยืมเงินจากเครือญาติและเพื่อนบ้าน ซึ่งมักนำไปสู่ภาวะ “เสียสมาธิในการใช้ชีวิต” และความเครียดสะสม.18
กรณีศึกษาผู้ถูกรางวัลรายใหญ่ในอินเดียและไทยแสดงให้เห็นว่า การสูญเสียความเป็นส่วนตัวและการถูกรบกวนจากบุคคลรอบข้างเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ระดับความสุขหลังถูกรางวัลลดลงอย่างรวดเร็ว.18 ผู้ถูกรางวัลบางรายต้องหลบหนีออกจากชุมชนเดิมเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกกดดันทางการเงิน ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าเงินก้อนโตสามารถทำลาย “ทุนทางสังคม” (Social Capital) ที่เคยมีอยู่เดิมได้หากไม่ได้รับการจัดการอย่างเหมาะสม.19
การบริหารจัดการความมั่งคั่งและความสุข: จากทฤษฎีสู่แนวปฏิบัติ
เพื่อให้การถูกรางวัลที่ 1 นำไปสู่สุขภาวะที่ยั่งยืน งานวิจัยและผู้เชี่ยวชาญได้เสนอแนวทางการจัดการที่ครอบคลุมทั้งมิติทางการเงินและจิตวิทยา สิ่งสำคัญที่สุดคือการก้าวข้าม “ความตื่นเต้นชั่วคราว” ไปสู่ “ความมั่งคั่งเชิงระบบ“.21
ยุทธวิธีการจัดการด้านความสัมพันธ์และสังคม
หนึ่งในคำแนะนำที่สำคัญที่สุดสำหรับผู้ถูกรางวัลในสังคมไทยคือ “การรักษาความลับ” (Anonymity) เพื่อป้องกันการถูกคุกคามจากบุคคลที่แสวงหาผลประโยชน์.22 การขึ้นเงินรางวัลอย่างเงียบๆ และการชะลอการตัดสินใจเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตครั้งใหญ่อย่างน้อย 6 เดือนถึง 1 ปี เป็นกลยุทธ์ที่ช่วยให้ระบบประสาทและอารมณ์สามารถปรับตัวเข้าสู่สภาวะปกติ (Homeostasis) ก่อนที่จะตัดสินใจเชิงยุทธศาสตร์เกี่ยวกับทรัพย์สิน.22
ในด้านความสัมพันธ์ การปฏิเสธคำขอยืมเงินอย่างมีศิลปะและการกำหนดขอบเขตในการช่วยเหลือ (Boundary Setting) เป็นทักษะที่จำเป็น ผู้ถูกรางวัลที่ประสบความสำเร็จในการรักษาความสุขมักเลือกที่จะ “แบ่งเงินเป็นกองทุนเป้าหมาย” โดยแยกส่วนสำหรับการทำบุญและการช่วยเหลือสังคมออกจากส่วนที่เป็นเงินลงทุนหลักอย่างชัดเจน.22 การกระทำเช่นนี้ช่วยให้พวกเขายังคงได้รับการยอมรับในสังคม (Merit-making) ในขณะที่ยังรักษาความมั่นคงส่วนตัวไว้ได้.24
การวางแผนทางการเงินเชิงลึก
ในมิติเชิงเศรษฐศาสตร์ ผู้ถูกรางวัลควรใช้ “สมการมั่งคั่ง” เพื่อตรวจสอบสถานะอิสรภาพทางการเงินของตนเอง 21:
หากอัตราส่วนนี้มากกว่าหรือเท่ากับ 1 หมายความว่าผู้ถูกรางวัลสามารถดำรงชีพได้ด้วยผลตอบแทนจากทรัพย์สินโดยไม่ต้องพึ่งพารายได้จากการทำงานอีกต่อไป ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของอิสรภาพที่แท้จริง.21 การจัดสรรพอร์ตการลงทุนที่เน้นความปลอดภัยและกระแสเงินสด เช่น พันธบัตรรัฐบาล (โอกาสผลตอบแทน 2-5%) และกองทุนรวมผสม (โอกาสผลตอบแทน 5-8%) เป็นสิ่งที่นักวางแผนการเงินแนะนำ เพื่อป้องกันไม่ให้เงินรางวัลถูกใช้จนหมดสิ้นไปกับสินค้าอุปโภคบริโภคที่เสื่อมค่า.26
ตารางที่ 3: ขั้นตอนการจัดการชีวิตหลังถูกรางวัลที่ 1 ตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ
| ขั้นตอน | การดำเนินการ | วัตถุประสงค์เชิงจิตวิทยา/การเงิน |
| 1. ตั้งสติ (Cooling-off) | หยุดนิ่งและไม่รีบบอกใครใน 48 ชั่วโมงแรก |
ป้องกันอารมณ์ชั่ววูบ (Hedonic Peak) 22 |
| 2. รักษาความลับ | ขึ้นเงินรางวัลอย่างเงียบๆ และจำกัดจำนวนคนรู้ |
ลดแรงกดดันทางสังคม (Social Pressure) 19 |
| 3. ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ | หาที่ปรึกษาทางการเงินและกฎหมายที่เป็นมืออาชีพ |
สร้างระบบป้องกันทรัพย์สินและความเสี่ยง 22 |
| 4. ปิดหนี้สินพื้นฐาน | ชำระหนี้บ้าน รถ และภาระที่มีดอกเบี้ยสูง |
ลดความกังวลและสร้างความมั่นคงพื้นฐาน 28 |
| 5. จัดสรรพอร์ตการลงทุน | แบ่งเงินเข้ากองทุน สลากออมทรัพย์ และหุ้นปันผล |
สร้างรายได้ยั่งยืน (Passive Income) 26 |
| 6. ปรับไลฟ์สไตล์ช้าๆ | ค่อยๆ เปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตตามกำลังของกระแสเงินสด |
ป้องกันภาวะเงินหมดเร็ว (Sudden Wealth Syndrome) 22 |
บทวิเคราะห์สรุปและข้อคิดเห็นเชิงนโยบาย
การวิเคราะห์งานวิจัยเกี่ยวกับผู้ถูกรางวัลที่ 1 ชี้ให้เห็นว่า “เงินสามารถซื้อความสุขได้” ในความหมายของการสร้างความพึงพอใจในชีวิตและการลดความเครียดจากการขาดแคลนทรัพยากร แต่ไม่สามารถเปลี่ยนพื้นฐานทางอารมณ์หรือแก้ไขปัญหาทางความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งได้.7 ปรากฏการณ์ “ทุกขลาภ” ที่มักเกิดขึ้นในสังคมไทยเป็นผลมาจากปัจจัยภายนอกมากกว่าความล้มเหลวส่วนบุคคล โดยเฉพาะแรงกดดันจากการขอยืมเงินและความคาดหวังเชิงวัฒนธรรม.18
ในเชิงนโยบายและสังคม การส่งเสริมความรู้ทางการเงิน (Financial Literacy) และความเข้าใจทางจิตวิทยาเกี่ยวกับการจัดการความมั่งคั่งฉับพลันเป็นสิ่งจำเป็น การตระหนักรู้ถึงกลไก Hedonic Adaptation จะช่วยให้บุคคลสามารถรับมือกับช่วงเวลาที่ความตื่นเต้นจางหายไปได้อย่างมีสติ.3 ท้ายที่สุดแล้ว ความมั่งคั่งที่ยั่งยืนหลังการถูกรางวัลใหญ่ไม่ได้วัดจากจำนวนเงินที่เหลืออยู่ในบัญชีเพียงอย่างเดียว แต่วัดจากความสามารถในการรักษาความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับครอบครัวและเพื่อนฝูง การมีสุขภาพจิตที่ดี และการใช้ทรัพยากรนั้นเพื่อสร้างคุณค่าที่สอดคล้องกับความหมายของชีวิตของแต่ละบุคคล.1
การถูกรางวัลที่ 1 จึงเปรียบเสมือนดาบสองคมที่ให้ทั้งอำนาจและภาระ หน้าที่ของผู้โชคดีคือการใช้ “อำนาจ” นั้นเพื่อสร้างความมั่นคง และจัดการกับ “ภาระ” ทางสังคมด้วยสติและปัญญา เพื่อให้ความโชคดีนั้นนำไปสู่ความสุขที่แท้จริงและยั่งยืนในระยะยาวตามที่งานวิจัยเชิงประจักษ์ได้พิสูจน์ไว้.7
อ้างอิง
-
-
Brickman, P., Coates, D., & Janoff-Bulman, R. (1978). “Lottery winners and accident victims: Is happiness relative?”. Journal of Personality and Social Psychology, 36(8), 917–927. 1
-
Brickman, P., et al. (1978). การวิเคราะห์ “Contrast Effect” และการลดลงของความพึงพอใจในกิจกรรมประจำวันของผู้ถูกรางวัลใหญ่. 4
-
Diener, E., Lucas, R. E., & Scollon, C. N. (2006). “Beyond the hedonic treadmill: Revising the adaptation theory of well-being”. American Psychologist, 61(4), 305–314. 5
-
Happiness Set Point Theory. ทฤษฎีระดับความสุขพื้นฐานและการปรับตัวแบบทางสายพานแห่งความสุข (Hedonic Treadmill).
-
Brickman, P., & Campbell, D. T. (1971). “Hedonic Relativism and Planning the Good Society” ในทฤษฎีระดับการปรับตัว (Adaptation Level Theory).
-
Habituation and Peak Experience. กระบวนการความคุ้นชินและการเปรียบเทียบกับประสบการณ์จุดสูงสุดในอดีต. 2
-
Lindqvist, E., Östling, R., & Cesarini, D. (2020). “Long-Run Effects of Lottery Wealth on Psychological Well-Being”. The Review of Economic Studies, 87(6), 2703–2726.
-
Financial Satisfaction as Mediator. บทบาทความพึงพอใจทางการเงินในฐานะตัวกลางหลักที่เพิ่มความพึงพอใจในชีวิตในระยะยาว.
-
Cesarini, D., Lindqvist, E., Östling, R., & Terskaya, A. (2023). “Fortunate Families? The Effects of Wealth on Marriage and Fertility”. NBER Working Paper No. 31039. 7
-
Marriage Market and Stability. ความสัมพันธ์ระหว่างความมั่งคั่งที่เพิ่มขึ้นกับอำนาจต่อรองและการรักษาเสถียรภาพชีวิตคู่ของสามี. 7
-
Male Fertility and Marriage Formation. สถิติการแต่งงานที่เพิ่มขึ้นร้อยละ 30 และการมีบุตรเพิ่มขึ้นร้อยละ 13.5 ในกลุ่มผู้ชนะชาย. 7
-
The Independence Effect. ทฤษฎีความเป็นอิสระที่ส่งผลต่อการตัดสินใจหย่าร้างของผู้หญิงเมื่อมีทรัพยากรทางการเงินเพียงพอ. 7
-
บุญฤทธิ์ แทนบุญ. (2560). “พฤติกรรมการซื้อหวยและผลกระทบจากการซื้อหวยของครอบครัว“. วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช. 10
-
ธานี ชัยวัฒน์. (2566). “หวย ความหวัง และความเหลื่อมล้ำทางสังคม”. บทวิเคราะห์เชิงเศรษฐศาสตร์ คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
-
Lottery Buying Classifications. การจำแนกพฤติกรรมผู้ซื้อสลาก 4 รูปแบบหลักในสังคมไทย. 10
-
Individualism vs Collectivism. กรอบแนวคิดความแตกต่างระหว่างสังคมปัจเจกนิยมและสังคมแบบรวมกลุ่ม (Hofstede, 2000). 12
-
Normative Control and Situational Strength. แรงกดดันเชิงบรรทัดฐานและการปรับพฤติกรรมให้สอดคล้องกับกลุ่มในวัฒนธรรมแบบรวมกลุ่ม. 14
-
Finnomena / THE OPPORTUNITY. (2565). “อุทาหรณ์ทุกขลาภ: กรณีศึกษาผู้ถูกรางวัลใหญ่ในอินเดียและการถูกขอยืมเงินไม่ขาดสาย“. 15
-
Social Pressure and Privacy Loss. การจัดการความสัมพันธ์และภาวะเสียสมาธิในการใช้ชีวิตจากการขอยืมเงินรอบข้าง. 16
-
Social Capital Destruction. การสูญเสียทุนทางสังคมและการต้องแยกตัวออกจากชุมชนเดิมหลังถูกรางวัล. 15
-
สมาคมนักวางแผนการเงินไทย (TFPA). “การคำนวณอิสรภาพทางการเงินผ่าน Wealth Ratio”. 11
-
Franzbiz. (2567). “7 ขั้นตอนสำคัญในการบริหารจัดการเงินและชีวิตหลังถูกรางวัลที่ 1″. 19
-
Anonymity and Security Strategy. กลยุทธ์การรักษาความลับและการชะลอการตัดสินใจเพื่อป้องกันแรงกดดันทางสังคม. 19
-
Kavunenko, G., & Milligan, J. (2021). “The wheel-turning king and the lucky lottery: perspectives new and old on wealth and merriment within Buddhism”. Journal of Contemporary Religion, 36(2). 20
-
Merit-making and Social Acceptance. การทำบุญและการแบ่งปันความมั่งคั่งเพื่อการยอมรับและเลื่อนสถานะในสังคมพุทธ. 20
-
ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB). “สมการบริหารเงินและการจัดพอร์ตการลงทุนความเสี่ยงต่ำ–ปานกลาง–สูง“. 22
-
Prudential Thailand. “การจัดสรรสินทรัพย์และโอกาสผลตอบแทนจากตราสารหนี้ พันธบัตร และกองทุนรวมผสม“. 23
-
ไทยรัฐออนไลน์. (2567). “กรณีศึกษาครูสาวดวงเฮง: การรักษาความสุขผ่านการทำงานประจำหลังถูกรางวัล 18 ล้าน“. 24
-
Affective vs Evaluative Wellbeing. ความแตกต่างระหว่างอารมณ์ความสุขรายวันและการประเมินคุณภาพชีวิตโดยรวม.
-
Financial Literacy and Risk Management. ความสำคัญของการรู้เท่าทันทางการเงินและการจัดการความมั่งคั่งฉับพลัน.
-
หมายเหตุ :
สำหรับการคำนวณอัตราส่วนความมั่งคั่งที่ปรากฏในรายงาน คุณสามารถใช้สูตรในรูปแบบ $LaTeX$ เพื่อความสวยงามดังนี้:
หากค่าที่ได้มากกว่าหรือเท่ากับ 1 แสดงถึงสภาวะอิสรภาพทางการเงินตามหลักเศรษฐศาสตร์สถาบัน 5