แนวทางการออกแบบการฝึกอบรมอย่างมีประสิทธิภาพ

    พระพุทธเจ้าเคยตรัสไว้ว่า “มนุษย์ คือ สัตว์ที่ฝึกได้” ผมเห็นด้วยและมองว่าเป็นความโชคดีแบบสุดๆที่มนุษย์สามารถเรียนรู้ ปรับตัวและสร้างจิตสำนึกเพื่อเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของตัวเองได้ซึ่งได้เปรียบกว่าสัตว์ประเภทอื่นๆเยอะ และกระบวนการฝึกอบรบเปรียบเสมือนการสร้างโปรแกรมหรือซ๊อฟเวอร์เพื่อปลูกฝังไปสู่จิตเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมระยะยาวได้

ปัญหาอยู่หนใด

    เริ่มต้นจากการทำตัวเป็นนักสำรวจแบกเป้ถือเข็มทิศและกล้องส่องมองไปยังปัญหาที่เกิดขึ้นก่อน จับตัวตนของปัญหาที่แท้จริงให้ได้โดยการลงพื้นที่จริงไปคลุกกับผู้ที่เกี่ยวข้อง และสัมผัสปัญหาด้วยตนเอง เพราะบางครั้งปัญหาที่ได้จากการบอกเล่าหรือแบบสำรวจก็อาจเป็นเพียงแค่ความคิดเห็นหรือความรู้สึกในช่วงนั้นๆของผู้ตอบไม่อาจจะนำมาเป็นตัวแทนของปัญหาที่แท้จริงได้ทั้งหมด ปัญหาที่เกิดในองค์กรที่มักพบได้บ่อยๆ เช่น เรื่องของการสื่อสารที่ไม่มีประสิทธิภาพ,การขาดการทำงานเป็นทีม,ประสิทธิภาพของงาน การขายหรือการผลิตที่มีประสิทธิภาพต่ำ เป็นต้น

แนวทางการแก้ปัญหา

    เมื่อได้ปัญหาที่ชัดเจนและเรียงลำดับความรุนแรงของปัญหาได้เรียบร้อยแล้ว ในฐานะผู้ออกแบบกระบวนการการฝึกอบรมก็จะต้องเข้าไปนั่งคุยกับคณะผู้บริหารเพื่อระดมสมองในการหาทางออกของปัญหาร่วมกัน จุดนี้เป็นขั้นตอนสำคัญที่จะดึงการมีส่วนร่วมของผู้บริหารที่รู้จักองค์กรของเขาดีที่สุดมาร่วมระดมสมอง เพื่อหาทางแก้ปัญหาขององค์กร การระดมสมองควรปล่อยให้มีการเสนอแบบอิสระ ไม่มีการวิพากษ์วิจารณ์กัน จากนั้นค่อยมาเรียงลำดับความสำคัญของทางออกของการแก้ปัญหาที่สำคัญมากที่สุดไปหาน้อยที่สุด จากนั้นเราจะจับแนวทางการแก้ปัญหาที่สำคัญๆลำดับแรกๆไปแปลงผลเป็นกระบวนการการดำเดินการฝึกอบรมและกำหนดวัตถุประสงค์ของการฝึกอบรมต่อไป

กลั่นเนื้อหาสำคัญ

    เมื่อได้หัวข้อการแก้ปัญหาแล้วเราจะนำมากลั่นให้ได้เนื้อหาที่จะนำไปใช้ในการฝึกอบรมโดยการเช็คลิสต์หัวข้อใหญ่ๆที่สำคัญออกมา และหากมีหัวข้อย่อยก็แตกออกมาให้ชัดเจน ซึ่งเครื่องมือที่จะช่วยให้ท่านเห็นภาพได้ง่ายและชัดเจนในขั้นตอนนี้ คือ การใช้ Mindmap ซึ่งแต่ละหัวข้อควรจะมีรายละเอียดอธิบายแนวคิดหลักของเนื้อหาแต่ละหัวข้อ เพื่อจะได้รับทราบขอบเขตของเนื้อหา ซึ่งจะเป็นผลดีต่อการประสานงานกับวิทยากรภายนอกในกรณีที่ต้องมีการว่าจ้างวิทยากรภายนอกเข้ามาดำเนินการจัดฝึกอบรม

กิจกรรม/วิธีการ/สื่อที่ใช้

    หลังจากที่เราได้เนื้อหาเป็นชิ้นเป็นอันเป็นที่เรียบร้อยโรงเรียนtonypuy555+ แล้ว เราจะนำเนื้อหามาเลือกวิธีการที่เหมาะสมที่จะนำเสนอเนื้อหาเหล่านั้นไปสู่การเรียนรู้ของผู้เข้าฝึกอบรมอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งการฝึกอบรมสมัยใหม่นี้ต้องใช้ความหลากหลายของวิธีการสูงกว่าเมื่อก่อนไม่ใช่เพียงแค่การบรรยายแบบสื่อสารทางเดียวเท่านั้น จะต้องมีการผสมผสานเรื่องของกิจกรรมการงานเป็นทีม เกมส์บริหาร การฝึกปฏิบัติการ(workshop) ซึ่งกิจกรรมเหล่านี้ต้องมีเครื่องมือ คือ สื่อที่ช่วยเสริมประสิทธิภาพให้กับรูปแบบการเรียนรู้ที่ทันสมัยขึ้น โดยเฉพาะการให้ผู้เข้าอบรมได้ลงมือในสถานการณ์จำลองต่างๆ ให้ผู้ฝึกอบรมได้ปฏิบัติจริงซึ่งจากงานวิจัยวิธีการเช่นนี้จะเสริมประสิทธิภาพการเรียนรู้ได้มากกว่า 80% เลยทีเดียว

การประเมินผล

    ทุกขั้นตอนที่ผ่านมาสำคัญครับ แต่หากขาดขั้นตอนสุดท้ายนี้ก็เป็นอันที่จะทำให้การพัฒนากระบวนการฝึกอบมให้ดีขึ้นเป็นไปได้ยากมาก ฉะนั้นควรใส่ใจที่จะประเมินผลทั้งในแบบคลาสสิกโดยใช้แบบทดสอบรายบุคคลซึ่งจะให้ดีนอกจากการใช้ลำดับความพอใจที่เป็นตัวเลขแล้ว สิ่งที่น่าสนใจมากกว่านั้น คือ เรื่องของการแสดงความคิดเห็นในลักษณะการเขียนซึ่งทางผู้จัดการฝึกอบรมควรจะกระตุ้นให้ผู้เข้าอบรมเขียนแสดงความคิดเห็นในลักษณะนี้ให้มากที่สุด ซึ่งนอกจากการประเมินผลรายบุคคลแล้ว การประเมินผลแบบมีส่วนร่วม คือ การส่งผู้ช่วยฝึกอบรมเข้าไปสังเกตการและเข้าร่วมกิจกรรมกับผู้เข้าอบรมจะยิ่งได้ข้อสรุปของการประเมินที่มีคุณภาพมากขึ้น

     5 หลักการคร่าวๆของการนำไปเป็นหลักการเพื่อนำไปออกแบบหลักสูตรการฝึกอบรมได้ครับ ยังไงผมจะค่อยๆขยายความและนำเทคนิคของแต่ละขั้นตอนนำมาเผยแพร่เป็นระยะๆครับผม

ผู้เขียน: tonypuy

ตั้งใจมากๆอยากให้การตลาดออนไลน์สร้างคุณค่าให้กับโลกใบนี้

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.