ว่าด้วยช้างนั่งทับรถและลูกเห็บตกใส่กลางกระหม่อม

ทุกอย่างมีเหตุเป็นแดนเกิด ปรากฏการณ์ที่เกิดไม่ว่าจะเป็นไฟไหม้ เครื่องบินตก อากาศแปรปรวน ย่อมต้องมีสาเหตุแน่นอน

ภาควิเคราะห์

ปรากฎการณ์ข่าวที่เกิดขึ้นพร้อมๆกันที่เป็นข่าวหน้าหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นสภาพอากาศอันแปรปรวน เมื่อวานร้อนสุดๆ มาวันนี้ฝนตก วันพรุ่งนี้กลับหนาวจนหาเสื้อกันหนาวไม่ทัน เล่นสะป่วยไปหลายคน รวมถึงข่าวช้างเจ้าป่าที่วิ่งไล่ทับรถนักท่องเที่ยว ผมเฝ้ามองและกำลังใช้ความคิดถึงเหตุที่ทำให้เกิดปรากฏการณ์เหล่านี้ และต่อไปนี้คือความคิดเห็นส่วนตัวที่ผมอยากจะเอ่ย

ภูมิอากาศของโลกภายใต้สภาวะที่สมดุลย่อมควบคลุมให้อากาศไม่ร้อนหรือหนาวจนเกินไป กลไกอันยิ่งใหญ่ คือ ชั้นบรรยากาศ,กระแสน้ำร้อนและกระแสน้ำเย็น ทำหน้าที่ได้ดีเสมอมา แต่แล้ว กิจกรรมต่างๆของมนุษย์ไม่ว่าจะเป็นการผลิต,ขนส่ง,การใช้ประโยชน์จากที่ดินแบบผิดวิธี นำมาให้สมดุลที่เคยมีเสียสมดุลไป ฉะนั้นปฏิกิริยาย้อนกลับจึงสนองตอบกลับมาหามนุษย์ในรูปแบบที่เราได่ประสบพบเจออยู่ในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของพายุที่รุนแรงกว่าเดิม สภาพอากาศที่แปรปรวนยากที่จะปรับตัวทัน และเราเองควรจะยอมรับว่า นี่คือผลที่มาจาก “มนุษย์” นั่นเอง

ตัดมากอีกหนึ่งฉากกับภาพเหตุการณ์ที่ช้างกำลังนั่งทับรถนั่งท่องเที่ยงอย่างไม่แคร์สายตาใครๆ เราลองนั่งไทม์แมชชีนย้อนกลับไปตั้งแต่สมัยยังไม่มีถนนตัดผ่านตรงนั้น เราจะเห็นภาพครอบครัวช้างป่ากำลังเดินทางออกหากินกันอย่างมีความสุข และจุดบรรจบตรงนั้นเอง ตรงที่ถนนตัดผ่านตรงนั้น คือ เส้นทางหลักที่ครอบครัวช้างเขาใช้ประจำ หรือที่เขามักเรียกว่า “ทางด่านช้าง” นี้เอง ต้องยอมรับนะครับว่าป่า คือ บ้านของช้าง เรานี้ละไปยุ่งกับบ้านเขาก่อน จริงไหมครับ? และนี่ก็คือ ผลจาก “มนุษย์” อีกนั่นละ

สังเกตว่า 2 ย่อหน้ามาบรรจบตรงที่ “มนุษย์” ทั้งน้านนนน

ภาคจำแลงตัว

ถ้าคุณแปลงร่างเป็นช้างป่า…..
ช่วงเทศกาลปีใหม่รถเยอะมากมาย วิ่งอย่างไม่ขาดสาย พอเราเดินมาถึงข้างทางจะข้ามไปกินอาหารฝั่งกระโน้น ก็ข้ามไม่ได้ซะที กลัวทั้งรถกลัวทั้งคน หลายวันเข้า ช้างอย่างเราจะหงุดหงิดไหมครับ?
เสี่ยงบ่นจากช้าง….
อาหารก็ไม่ได้กิน ข้ามถนนก็ไม่ได้ รำคาญไอ้เจ้าเต่าเหล็กที่คลานต้วมเตี๊ยมนั้นจัง (น้ำมันเริ่มไหลออกข้างขมับ) ชักจะเครียดจัดๆซะะแล้ว
หงุดหงิดเฟ้ยยยยยยยยยยยย !!!!!

ภาคสรุป

ขมวดปมจากต้นเหตุสู่ปรากฎการณ์ เราต่างก็เป็นมนุษย์ตัวน้อยๆแต่ฉะไหนถึงสร้างการเปลี่ยนแปลงมหาศาลได้ขนาดนี้ สิ่งที่มนุษย์ได้เปรียบ คือ มีมันสมองที่พัฒนาขั้นสูงฉลาดได้มากกว่าสัตว์ใดๆ จึงสามารถเลือกได้ว่าจะทำในสิ่งที่ใช่หรือไม่ใช่ หรือทำในสิ่งที่สร้างสรรค์หรือทำลาย หากยังอยากเห็นป่าที่อยู่คู่กับสัตว์ป่า อยากเห็นโลกใบนี้ที่มีอากาศเย็นสบายน่าอยู่ ขอโปรดจงทบทวนและหันมาปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของเราไปในทิศทางที่ รักษาป่า รักษาโลก เพื่อรักษาให้เราอยู่รอดกันดีกว่านะครับ

ย้ำนะครับว่า ทั้งหมดข้างบน คือ ความคิดเห็นส่วนตัวของผมเอง

ช้างทับรถ

ผู้เขียน: tonypuy

ตั้งใจมากๆอยากให้การตลาดออนไลน์สร้างคุณค่าให้กับโลกใบนี้

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.