วิชาเป็นสุขเป็นสุขเถิด ตอน วิธีหยุดพูดเพื่อเปิดการเรียนรู้(ฟังคนอื่นให้เป็น)

ในโลกของเสียงอึกกะทึก ต่างร้องตะโกนให้ดังที่สุดเพื่อให้ทุกคนได้ยินเสียงตัวเอง สิ่งเหล่านี้ยังคงดำเนินต่อไป และตามหลักวิวัฒนาการ คือ หากสิ่งใดไม่ใช้มันจะหดหายไป อนาคตข้างหน้านั้น “หู” คงจะเป็นหนึ่งอวัยวะที่หายไป

ผมเชื่ออย่างหนึ่งว่า หากเราพูด เรามีวัตถุประสงค์บางอย่าง และแน่นอนว่าคงไม่อยากแค่พูดคุยลอยๆแล้วหายๆไป  คำพูดที่หลุดจากปากนั้นย่อมต้องการให้ใครๆได้รับฟัง และหากไม่มีใครฟังเราจะพูดไปเพื่ออะไรกัน

เมื่อต่างคนอยากแต่จะพูด แข่งกันพูดให้เยอะและเสียงดังที่่สุด แล้วใครจะฟัง ? ปัญหามันเริ่มต้นตรงนี้….

ต่างคนต่างมีวิธีและวิถีของตนที่จะนำมาอ้าง แต่แปลกที่สุดท้ายก็ยังแก้ไม่ได้อยู่ดี หนำซ้ำปัญหายังทับถมและจมหนักลงไปทุกที่ นั้นเพราะไม่มีใครฟังนี้เอง

เคยไหมบางทีเราเพียงแค่พูดแล้วมีคนรับฟัง และหากเราเป็นผู้ฟังที่ดี เราจะเข้าใจปัญหา เข้าใจคนอื่นได้ดีขึ้น วันนี้เราทาแลกเปลี่ยนเรื่องการฟังเพื่อให้เกิดการเรียนรู้กันดีไหม

ขั้นตอนการหยุดพูดแล้วฟังเพื่อเปิดการเรียนรู้

  1. ตั้งสติรู้เท่าทันว่าตอนนี้เราเริ่มพูดมากไป พูดเสียดังเกินไปแล้ว (อยากรู้ให้ชัดก็ลองมองไปที่คู่สนทนาว่าเขามีอาการหงุดหงุดกับเราแค่ไหน) หากเบรคตัวเองด้วยสติไม่ได้ เบรคตัวเองด้วยร่างกาย คือ ยกมือขึ้นมาปิดปากไว้
  2. เริ่มกางหูให้กว้างพร้อมๆกับการเปิดใจบอกตัวเองว่า “ต่อไปนี้ฉันจะเป็นผู้ฟังที่ดี ฟังอย่างตั้งใจ ฟังอย่างไม่ตัดสิน” และถ้าจะสุดยอดกว่านั้น คือ การตั้งใจฟังให้ได้ยินในสิ่งที่เขาไม่ได้พูด (ภาษากาย/อารมณ์/ความรู้สึกและอื่นๆอันเป็นสาระสำคัญ)
  3. เริ่มฟังและต่อสู้ข่มนิสัยเดิมๆให้อยู่หมัด ตบมันให้ลง
  4. ทำซ้ำบ่อยๆจนกลายเป็นนิสัยที่ฝังลึก

เชื่อเหมือนที่หลายๆคนเชื่อว่าการฟังจะเยียวยาและแก้ปัญหาทุกอย่างได้ บางครั้งเราหมกหมุ่นกับการที่จะแก้ปัญหาแล้วก็มีแต่พูดๆๆๆๆ จนเบียดบังวิธีแก้ปัญหาจากคนอื่น ฉะนั้นง่ายๆเลย คือ บอกตัวเองให้หุบปากและใช้หัวใจฟังดีๆ แล้วทุกอย่างจะคลี่คลาย

 

ขออนุญาตนำบทเรียนดีๆเกี่ยวกับการฟังจากคุณนิ้วกลม มาแบ่งปันกันครับ

 

 

 

 

tonypuy

ตั้งใจมากๆอยากให้การตลาดออนไลน์สร้างคุณค่าให้กับโลกใบนี้

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.