สติและความฉลาดทางอารมณ์ อาวุธลับของคนทำงานยุคใหม่
ในโลกที่ความเร็วและความกดดันเป็นเรื่องปกติ การมีเพียงไอคิว (IQ) สูงอาจไม่เพียงพอต่อการประสบความสำเร็จที่ยั่งยืนอีกต่อไป ทุกวันนี้ องค์กรชั้นนำต่างหันมาให้ความสำคัญกับทักษะที่เรียกว่าความฉลาดทางอารมณ์ (Emotional Intelligence: EQ) ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการทำงานร่วมกันและการบริหารจัดการตนเอง และสิ่งที่ทำหน้าที่เป็นรากฐานอันแข็งแกร่งในการพัฒนา EQ ก็คือ “การฝึกสติ (Mindfulness)”
รายงานวิจัยเชิงลึกได้เผยให้เห็นว่าการฝึกสติไม่เพียงแต่ช่วยให้คุณมีจิตใจที่สงบขึ้น แต่ยังส่งผลกระทบโดยตรงต่อประสิทธิภาพการทำงานและความสัมพันธ์ในทีม นี่คือ 3 เหตุผลสำคัญที่อธิบายว่าทำไมการฝึกสติจึงเป็นทักษะที่ขาดไม่ได้ในยุคนี้
1. มันช่วยสร้าง “สมองที่ยืดหยุ่น” เพื่อรับมือกับความเครียด
การฝึกสติมีกลไกทางวิทยาศาสตร์ที่น่าทึ่ง โดยส่งผลต่อสมองของคุณโดยตรง 1 ลองนึกภาพสมองของคุณมีสองส่วนหลัก:
ต่อมอะมิกดาลา (Amygdala) ซึ่งเปรียบเสมือน “ศูนย์เตือนภัยทางอารมณ์” ที่มักตอบสนองอย่างรวดเร็วต่อความโกรธและความกลัว 2 และ
เปลือกสมองส่วนหน้า (Prefrontal Cortex: PFC) ซึ่งเป็น “ศูนย์บัญชาการ” ที่ทำหน้าที่ควบคุมความคิดและการตัดสินใจอย่างมีเหตุผล 3
การฝึกสติจะช่วยลดปฏิกิริยาของต่อมอะมิกดาลา 4 ในขณะเดียวกันก็เพิ่มการทำงานของเปลือกสมองส่วนหน้า 5 ส่งผลให้คุณมีช่วงเวลาแห่งการหยุดคิดระหว่างสิ่งเร้าและการตอบสนอง 4 แทนที่จะปล่อยให้อารมณ์เข้าควบคุม คุณจะสามารถตอบสนองต่อสถานการณ์ที่ตึงเครียดได้อย่างรอบคอบและมีเหตุผลมากขึ้น 6
2. มันช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและลดความเครียดในการทำงาน
การลงทุนในความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงานจะให้ผลตอบแทนทางการเงินอย่างเป็นรูปธรรม บริษัทประกันสุขภาพยักษ์ใหญ่ Aetna คือตัวอย่างที่ชัดเจนจากการนำโปรแกรมการฝึกสติมาใช้ 7
- ผลลัพธ์จาก Aetna: พนักงานมีระดับความเครียดลดลง 28% คุณภาพการนอนหลับดีขึ้น 20% และมีผลิตภาพเพิ่มขึ้นโดยเฉลี่ย 62 นาทีต่อสัปดาห์ ซึ่งบริษัทประเมินว่ามีมูลค่าประมาณ 3,000 เหรียญสหรัฐต่อพนักงานต่อปี 7
- ผลลัพธ์จาก Google: ผู้เข้าร่วมโปรแกรม “Search Inside Yourself” รายงานว่าสามารถควบคุมอารมณ์ได้ดีขึ้น และการทำงานร่วมกันเป็นทีมก็ดีขึ้นด้วย 8
- จากงานวิจัยอื่นๆ: การฝึกสติช่วยลดข้อผิดพลาดในการตัดสินใจได้ถึง 58% และเพิ่มอัตราการคงอยู่ในองค์กรได้สูงขึ้นถึง 40% 9
การฝึกสติทำหน้าที่เป็น “ทรัพยากรส่วนบุคคล” ที่ช่วยให้พนักงานสามารถรับมือกับความต้องการของงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งช่วยลดความเครียดและความต้องการที่จะลาออกในที่สุด 10
3. มันช่วยยกระดับความสัมพันธ์และการสื่อสารในทีม
ความสามารถในการจัดการอารมณ์ของตนเองเป็นจุดเริ่มต้นของการทำความเข้าใจอารมณ์ของผู้อื่น 11 การฝึกสติจะสอนให้คุณเป็นผู้ฟังที่ “อยู่กับปัจจุบัน” อย่างแท้จริง 12 ซึ่งช่วยให้คุณเข้าใจมุมมองของอีกฝ่ายได้ดียิ่งขึ้น 13
ในการจัดการความขัดแย้ง การฝึกสติจะเปลี่ยนวิธีการตอบสนองของคุณจากการหุนหันพลันแล่นไปสู่การตอบสนองที่ผ่านการไตร่ตรอง 14 การมีสติช่วยให้คุณรับรู้ถึง “สิ่งกระตุ้น” และอารมณ์ของตนเองได้ก่อนที่จะมีพฤติกรรมตอบโต้เชิงป้องกัน 15 และเมื่อคุณเข้าใจและเห็นอกเห็นใจมุมมองของอีกฝ่าย อารมณ์เชิงลบก็จะลดลง ทำให้ความขัดแย้งกลายเป็นโอกาสในการเติบโตและความเข้าใจร่วมกัน 11
สรุป: เริ่มต้นเส้นทางแห่งสติ
การฝึกสติไม่ใช่เรื่องซับซ้อน แต่เป็นทักษะที่ต้องอาศัยการฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอ คุณสามารถเริ่มต้นง่ายๆ ด้วยการจดบันทึกประจำวันเกี่ยวกับประสบการณ์ในที่ทำงานเพื่อทำความเข้าใจและระบายความรู้สึก หรือใช้เวลาเพียง 5 นาทีต่อวันเพื่อสังเกตลมหายใจและร่างกายของคุณ 9
การฝึกสติคือการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนสูงที่สุดในตัวคุณเอง มันคือเครื่องมือที่ช่วยให้คุณไม่เพียงแต่เอาชนะความท้าทายในโลกการทำงาน แต่ยังสร้างความสุข ความยืดหยุ่น และความสัมพันธ์ที่ยั่งยืนในชีวิตอีกด้วย
สนใจอ่านงานค้นคว้าฉบับเต็มได้ที่ด้านล่าง
อ้างอิง
1 Shanafelt, T. D., et al. (2020). Mindfulness, Perceived Stress, and Employee Well-being and Turnover Intention: A Longitudinal Study.
https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC11934816/
2 Hölzel, B. K., et al. (2011). Neural correlates of mindful emotion regulation.
https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC3303604/
3 Selhub, M. (2023). How Mindfulness Actually Builds Emotional Intelligence.
https://www.drselhub.com/how-mindfulness-actually-builds-emotional-intelligence/
4 ภูสาหัส, พ. & ภาณุรัตน์, ส. (2559). ความสัมพันธ์ระหว่างสมาธิจิต ความเครียด และความฉลาดทางอารมณ์ ของนักศึกษาพยาบาลตารวจ.
https://he01.tci-thaijo.org/index.php/policenurse/article/download/65191/53351
5 EI4Change. (2023). Mindfulness in Conflict Resolution: Using Presence and Compassion to Cultivate Understanding.
6 Minute Mediation. (2023). The Importance of Mindfulness and Empathy in Dispute Resolution.
https://minutemediation.com/the-importance-of-mindfulness-and-empathy-in-dispute-resolution/
7 มูลนิธิยุวพัฒน์. (2566). Empathy & Mental Health: ล้วงลึก Empathy ทักษะที่ควรมีในผู้นำเพื่อการเปลี่ยนแปลงสังคม.((
8 นุ่นทอง, ว. (2562). กลไกการเกิดอารมณ์และผลต่อสุขภาพ.(https://so05.tci-thaijo.org/index.php/Ratchaphruekjournal/article/download/91887/72046)
9 Vago, D. R., & Silbersweig, D. A. (2012). Neural circuits of emotion regulation: A comparison of mindfulness-based and cognitive reappraisal strategies.
10 Wikipedia. (2024). กลไกทางประสาทของการเจริญสติ.(https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B9%84%E0%B8%81%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%8D%E0%B8%AA%E0%B8%95%E0%B8%B4)
11 Mind Dojo. (2567). ความฉลาดทางอารมณ์ (EQ) และประสิทธิภาพการทำงาน.
https://www.minddojo.co.th/post/article-eq-emotional-intelligence-productivity
12 Health Action Council. (2023). The ROI of Mindfulness Programs.(https://healthactioncouncil.org/getmedia/b0d84036-fd37-44d7-a39d-5474d7af7e84/ROI-of-Mindfulness-Program.pdf)
13 iStrong. (2023). การจัดการความขัดแย้งในที่ทำงานอย่างมืออาชีพ.
https://www.istrong.co/single-post/conflict-management-for-leader
14 CURSA. (2023). 40 Case Studies of Successful Mindfulness Programs.
https://cursa.app/en/page/case-studies-of-successful-mindfulness-programs