ความฝันในวันเด็กปีหน้า

ความฝันในวันเด็กปีหน้า

วันเด็กที่ผ่านมา ผ่านไปเป็นวาระ ปีหน้าก็จะเจอะเจออีก วันเด็ก คือ วันของเด็กที่มีผู้ใหญ่ต้องคอยรับผิดชอบ เป็นวันเดียวในรอบปีที่เด็กได้นั่งเก้าอี้ผู้ใหญ่ ขึ้นรถถัง นั่งเครื่องบิน โดยที่ไม่มีผู้ใหญ่มาคอยไล่ให้ไปเล่นตามภาษาเด็กไป๊ ที่สำคัญ คือ วันเด็กคือวันที่เด็กได้รับการเอาใจเป็นพิเศษได้รับของแจกเพียบจนบางคนหอบกลับบ้านไม่ไหว ผมเองอย่าจะมองมุมของวันเด็กตามประสาตัวเอง ในบทความสั้นๆบทความนี้ และมีความฝันว่าวันเด็กในปีหน้าจะเปลี่ยนไปเป็นเช่นนี้

ซ้ำๆเดิมๆกับสิ่งที่เห็นกับวันเด็กแบบนี้ จริงอยู่ว่าวันเด็ก คือ วันของเด็ก แต่หากมองให้กว้างออกไปสิ่งสำคัญกว่านั้น คือ

  1. อยากเห็นวันเด็กที่ให้ความสำคัญกับการเลี้ยงดูและต้นแบบจากผู้ใหญ่ที่ดี
    ปัญหาสังคมที่เกิดขึ้นจากคนคนหนึ่งที่เป็นผู้ก่ออาชญากรรมหรือขับรถจนเกิดอุบัติเหตุสร้างความเดือดร้อนให้กับผู้อื่น เรามักจะประนามกร่นด่าผู้กระทำผิด สาปแช่งให้ตายตกไปยังขุมนรก แต่คำถามสำคัญที่เราละเลยไป คือ อะไรที่ทำให้คนเหล่านี้โตขึ้นมาเป็นแบบนี้ ? เราควรหันมาใส่ใจเรื่องนี้กันให้มากขึ้นก่อนที่จะมีปัญหาสังคมหรือระเบิดเวลาทีพร้อมจะทำร้ายคนอื่นเกิดขึ้นมาอีกคนหนึ่ง
  2. อยากเห็นวันเด็กที่กระตุ้นให้เด็กรู้จักคิด ใช้ปัญญา และรู้จักสร้างภูมิคุ้มกันให้ตัวเอง
    ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงที่เร็วมากๆอย่างที่เห็นในปัจจุบัน สิ่งที่จะทำให้เด็กๆอยู่รอดได้ คือ การที่ต้องรู้จักเรียนรู้ ปรับตัวให้เร็ว ใช้สติปัญญาเพื่อเป็นเกราะป้องกันตัวเองให้มากๆ มีคนเคยถามผมว่าอะไร คือ ความคาดหวังที่เรามีต่อลูก ผมตอบชัดเจนเลยว่า ไม่ต้องการให้ลูกเรียนได้ 4.00 หรือเรียนแพทย์เลิศหรูขนาดนั้น (แต่ถ้าเขาอยากจะเป็นเองก็เรื่องของเขา) เรื่องสำคัญที่ผมคาดหวังคือ อยากให้รู้เอาตัวรอดให้ได้ แค่นี้ผมก็สุขแล้ว
  3. อยากเห็นวันเด็กแห่งการให้ไม่ใช่วันเด็กแห่งความโลภ
    บองตรงๆว่าเริ่มคิดมากกับการที่วันเด็กปีไหนๆก็เห็นสภาพของการรับของแจกจนเต็มไม้เต็มมือ ดูบางงานได้เยอะจนเกินพอดีด้วยซ้ำไป อยากให้เด็กๆที่โชคดีมีจนล้นไปสัมผัสพบเห็นกับเด็กๆที่ไม่เคยมี ขาดแคลน และนำพาเด็กๆที่มีไปแบ่งปันให้กับเด็กๆที่ขาดแคลนเหล่านั้น ฝึกให้เขารู้จักการแบ่งปัน รู้จักว่าพอแค่นี้ ที่เหลือควรจะมอบให้กับคนอื่นบ้าง
  4. อยากเห็นวันเด็กที่ผู้ใหญ่เอาจริงเอาจริงกับการศึกษาที่ให้เด็ก
    การศึกษาสร้างคน ปั้นโลก ผมเชื่อว่าอย่างนั้นเสมอมา เด็กช่วง 6 ขวบแรกเป็นช่วงเวลาทองคำที่ต้องใช้แรง ปัญญาและหัวใจในการให้การศึกษาสร้างเขาให้เข้มแข็ง เพื่อพร้อมเผชิญโลกอันกว้างใหญ่และซับซ้อน อยากให้ผู้ใหญาใส่ใจและลงทุนกับการให้การศึกษาทั้งในและนอกระบบ ให้กับเด็กมากๆ เพราะเด็กวันนี้ คือ ทรัพยากรบุคลากรที่จะเป็นผู้ชี้ชะตาความอยู่รอดของประเทศและโลกใบนี้ได้
  5. อยากเห็นวันเด็กที่ให้ความสำคัญกับ EF มากขึ้น มากขึ้น
    เมื่อก่อนหากเราอาจให้ความสำคัญกับความฉลาดทางเชาว์ปัญญา หรือ IQ ทางฉลาดทางอารมณ์หรือ EQ และอาจมักกล่าวไปถึงความฉลาดทางสังคมหรือ SQ เพื่อส่งเสริมให้เด็กอยู่รอดได้ แต่ปัจจุบันได้มีการกล่าวถึง EF (Executive Functions) หรือ กระบวนการคิด รู้สึกและการกระทำ ที่เด็กๆสามารถควบคุมอารมณ์ ยืดหยุ่นความคิด รู้จักตั้งเป้าหมาย วางแผน และมีความมุ่งมั่นเพื่อนำตัวเองไปสู่ความสำเร็จได้ เรื่องแบบนี้เป็นเรื่องที่ครอบคลุมทุกด้านและเป็นเกราะป้องกันอย่างดีให้กับเด็กๆ โดยเฉพาะเด็กช่วง 3-6 ปีควรนำเรื่อง EF มาพัฒนาเด็กๆให้มากขึ้น

เป็นความฝันในวันเด็กปีหน้าหรือปีไหนๆต่อจากนี้ เป็นเรื่องที่ไม่ยากจนเกินไปหากผู้ใหญ่อย่างเราๆร่วมมือร่วมใจสร้างสิ่งเหล่านี้เพื่อเด็กๆทุกคน

โปรดเรียนผู้ใหญ่ที่รักเด็กทุกท่านพิจารณาครับ

 

557 total views, 1 views today

Facebook Comments

ผู้เขียน: tonypuy

ตั้งใจมากๆอยากให้การตลาดออนไลน์สร้างคุณค่าให้กับโลกใบนี้แบบสุดๆ